จอร์จินโญ ดวลโทษเหนือชั้น ส่งอิตาลีดับสเปน ลิ่วชิง ยูโร 2020

จอร์จินโญ ดวลโทษเหนือชั้น ส่งอิตาลีดับสเปน ลิ่วชิง ยูโร 2020

จอร์จินโญ ดวลโทษเหนือชั้น ส่งอิตาลีดับสเปน ลิ่วชิง ยูโร 2020

ประตูจากการดวลจุดโทษของ จอร์จินโญ ที่แปนิ่มๆ อย่างเหนือชั้น ส่ง อิตาลี ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ ยูโร 2020 ได้ตามคาด หลังสู้กับสเปน จนถึงช่วงต่อเวลาพิเศษ 1-1 ก่อนที่ทีม อัซซูรี จะเอาชนะด้วยการดวลจุดโทษ 4-2 ในโค้งสุดท้ายของศึก ยูโร 2020

ฟุตบอล ยูโร 2020 รอบรองชนะเลิศ ที่สนามเวมบลีย์ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ระหว่าง อิตาลี ทีมเต็งหนึ่งที่ผ่านเข้ารอบด้วยสถิติไม่แพ้ใคร หลังเขี่ย เบลเยี่ยม ตกรอบ 8 ทีมสุดท้าย พร้อมสถิติชนะรวด 5 นัด พบ ทีมชาติสเปน ที่ผ่าน สวิตเซอร์แลนด์ ด้วยการดวลจุดโทษในรอบ 8 ทีม

นัดนี้ โรแบร์โต มันชินี เทรนเนอร์ทีมชาติอิตาลี ยังวางผู้เล่นตัวหลักในชุดเดิมที่เอาชนะ เบลเยี่ยม ขณะที่ สเปน ของ หลุยส์ เอนริเก วางใจส่ง ดานี โอลโม ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงโดยดร็อป อัลบาโร โมราตา เป็นตัวสำรองในนัดนี้

เกมเริ่มครึ่งแรก เป็น อิตาลี ที่ดูจะวูบวาบกว่า ได้โอกาสทักทายตั้งแต่นาทีที่ 3 โอกาสของ นิโคโล บาเรลลา หลุดเดี่ยวขึ้นมาแตะบอลหลบ อูไน ซิมอน ก่อนปั่นด้วยขวา บอลโค้งไปชนเสาไกลเด้งออกมาแต่ก็กลายเป็นลูกล้ำหน้าไปก่อน

ผ่านไป 10 นาที เกมกลับมาเป็นของ สเปน ที่เดินเกมบุกได้ต่อเนื่องขึ้น มีโอกาสบ้างในนาทีที่ 14 เฟร์ราน ตอร์เรส ตัดบอลจากกลางสนาม ลากแหวกขึ้นมาดึงหลอก จอร์จินโญ ก่อนอัดด้วยขวา บอลหลุดเสาแรกออกไป

สเปน ชวดโอกาสขึ้นนำนาทีที่ 25 จังหวะของ ดานี โอลโม สอดขึันมาถึงกรอบเขตโทษ เก็บบอลก่อนยิงไปติดบล็อค เลโอนาร์โด โบนุชชี บอลจังหวะยังดีเด้งเข้าทางได้ซ้ำอีกครั้ง แต่ยิงไปติด จานลุยจิ ดอนนารุมมา พุ่งออกมาปัดทิ้งไว้ได้

เกมยังเป็น สเปน ที่น่าลุ้นกว่า นาทีที่ 30 น่าได้ลุ้นอีกครั้งจากจังหวะปั่นด้วยซ้ายในเขตโทษของ มิเกล โอยาร์ซาบัล ที่ขึ้นเกมโดดเด่นในนัดนี้ แต่จบด้วยการยิงเหินข้ามคานออกไป

นาทีสุดท้ายครึ่งแรก อิตาลี เพิ่งจะได้โอกาสยิงครั้งแรก เลโอนาร์โด โบนุชชี ทิ้งบอลยาวออกทางซ้ายไปถึง ลอเรนโซ อินซินเญ หลุดกับดักล้ำหน้าเลี้ยงบอลจี้เข้าเขตโทษก่อนตบให้ เอแมร์ซอน ปัลมิเอรี วิ่งย้อนขึ้นมายิงยัดเสาแรกเฉี่ยวคานหลุดออกหลัง หมดครึ่งแรกทำอะไรกันไม่ได้ เสมอกัน 0-0

เปิดฉากครึ่งหลัง อิตาลี ยังมาทรงเดิมเริ่มเป็นฝ่ายบุกก่อน นาทีที่ 49 จอร์จินโญ ทิ้งบอลโยนยาวขึ้นไปที่ ชิโร อิมโมบิเล เบียดเอาชนะ อายเมริค ลาปอร์กต์ ก่อนยิงด้วยซ้ายแต่โดนบอลไม่เต็มหลุดออกหลังไป

รูปเกมกลับมาเหมือนครึ่งแรก เมื่อ สเปน เริ่มตั้งหลักทำเกมบุกกดดันเป็นชุด โอกาสลุ้นมาอีกครั้งนาทีที่ 52 มิเกล โอยาร์ซาบัล เล่นเกมสวนกลับ ลากบอลจี้เข้าเขตโทษ ก่อนตั้งบอลให้ เซร์คิโอ บุสเก็ตส์ สอดมาปั่นด้วยขวาหน้ากรอบ 18 หลา คราวนี้ยิงเฉี่ยวคานออกไปอย่างน่าเสียดาย

นาทีที่ 60 แฟน อัซซูรี ได้เฮก่อน บอลจังหวะสวนกลับของ อิตาลี เป็น ชิโร อิมโมบิเล ควบหลุดขึ้นหน้า ก่อนโดน อายเมริค ลาปอร์กต์ ทิ้งตัวกวาดบอลไหลไปเข้าทาง เฟเดริโก เคียซา ตามขึ้นมาเติมถึงหน้าเข้าเขตโทษ ก่อนตัดเข้าในปั่นด้วขวาโค้งผ่านแนวรับสเปนที่ได้แต่ยืนมอง ก่อนผ่านหน้า อูไน ซิมอน บอลซุกหน้าต่างเสาไกล อิตาลี ขึ้นนำ 1-0

นาทีที่ 64 สเปน พลาดโอกาสตีเสมอ บอลจาก โกเก้ เก็บตกหน้าเขตโทษก่อนวางไปถึง มิเกล โอยาร์ซาบัล หลุดกับดักล้ำหน้าขึ้นมาถึงหน้ากรอบ 6 หลาแต่โหม่งไม่โดนบอลหลุดออกหลังไป

สเปน อยู่ไม่ไหวขยับเปลี่ยนตัวสำรอง ส่ง อัลบาโร โมราตา หวังเป็นทีเด็ดทำประตูคืน และส่ง เคาราร์ด โมเรโน ลงมาแทน มิเกล โอยาร์ซาบัล ที่โชว์ฟอร์มดีแต่ไม่มีประตูในเกมนี้

จนกระทั่ง 10 นาทีสุดท้ายก่อนจบเกม 90 นาที สเปน ตามตีเสมอได้สำเร็จ  บอลจาก ดานี โอลโม แปะบอลเข้าเขตโทษให้ อัลบาโร โมราตา หลุดเดี่ยวเข้าไปถึงในกรอบ ก่อนแปด้วยซ้ายหนีมือ จานลุยจิ ดอนนารุมมา บอลเบียดเสาแรกตีเสมอเป็น 1-1

เกมเป็นของ สเปน ที่โหมบุกหนักหวังพลิกแซงชนะ แต่จังหวะจบไม่คมพอ จบเกม เสมอกัน 1-1 ต้องต่อเวลาพิเศษอีก 30 นาที

ช่วงต่อเวลาพิเศษ ยังเป็น สเปน ที่บุกกดดันแทบพับสนาม แต่ขาดความคมจบสกอร์ไม่เด็ดขาด สุดท้ายต้องตัดสินกันที่การดวลจุดโทษ โดยเป็น สเปน ที่ยิงไม่เข้า 2 ประตู ตัดสินที่คนสุดท้าย เป็น จอร์จินโญ ที่ดวลนิ่มๆ แปไปคนละทางกับ อูไน ซิมอน ส่ง อิตาลี เข้ารอบชิงชนะเลิศด้วยการชนะดวลจุดโทษ 4-2 โดย อิตาลี จะเข้าไปรอพบคู่ชิง ระหว่าง อังกฤษ และ เดนมาร์ก ที่จะลงสนามในวันถัดไป


สถิติในเกม

เปอร์เซนต์การครองบอล : อิตาลี 31% / สเปน 69%

โอกาสยิงประตู : อิตาลี 6 / สเปน 15

เปอร์เซนต์ผ่านบอล : อิตาลี 75% / สเปน 89%

การแย่งบอล : อิตาลี 0 / สเปน 6

การตัดเกม : อิตาลี 16 / สเปน 13


รายชื่อนักเตะของทั้งสองทีม

อิตาลี (4-3-3) : จานลุยจิ ดอนนารุมมาม โจวานนี ดิ ลอเรนโซ, เลโอนาร์โด โบนุชชี, จอร์โจ คิเอลลินี, เอแมร์ซอน ปัลมิเอรี, นิโคโล บาเรลลา, จอร์จินโญ, มาร์โก แวร์รัตติ, เฟเดริโก เคียซา, ชิโร อิมโมบิเล, ลอเรนโซ อินซินเญ

สเปน (4-3-3) : อูไน ซิมอน, เซซาร์ อัซปิลิกูเอตา, เอริค การ์เซีย, อายเมริค ลาปอร์กต์, จอร์ดี อัลบา, โกเก้, เซร์คิโอ บุสเก็ตส์, เปดรี, เฟร์ราน ตอร์เรส, มิเกล โอยาร์ซาบัล, ดานี โอลโม


เกาะติดความเคลื่อนไหว ฟุตบอล ยูโร 2020 ที่นี่

ราคาบอล ยูโร 2020


Leave a Reply

%d bloggers like this: